Monday, September 11, 2006

ทำไมต้องสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้าย

หลายวันก่อนเหลือบไปเห็นชื่อ msn ของน้องคนหนึ่ง เค้าถามประมาณว่า ทำไมต้องสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย อืม น่าคิด ขอตอบด้วยคำอธิบายน้ำเน่าสุดก่อน เป็นข้อมูลที่อ่านได้มาจาก forward mail อีกที ให้ท่านทั้งหลายลองแบมือ 2 ข้าง เข้าหากัน แล้ว งอนิ้วกลางลง เอา หลังนิ้วกลางทั้ง 2 ข้างมาชนกัน ทีนี้นิ้วที่เหลือ ก็คือ โป้ง/ ชี้/นาง/ ก้อย ให้เอาปลายนิ้วมาชนกัน ท่านี้ประหนึ่งเหมือนจะพนมมือแต่ก็ไม่เฃิง หากแต่นิ้วกลางทั้งสองมิได้ชี้ขึ้นดังที่เราท่านกระทำกันตามปกติ กลับหุบดิ่งพุ่งลงล่าง เอาล่ะ เมื่อตั้งท่า (hand seal*) ได้เช่นนี้แล้ว ก็ลงลองปล่อยนิ้วที่เอาปลายชนกัน ให้ออกจากกัน ทีละนิ้ว โดยที่นิ้วกลางยังคงงอแตะกันอยู่ ... ท่านจะพบว่า นิ้วชี้ ก็ปล่อยจากกันได้ / นิ้วโป้งก็ปล่อยจากกันได้/ นิ้วก้อย ก็ปล่อยจากกันได้ อย่างสบายๆ ทว่า นิ้วนาง กลับ ปล่อย ออกจากกันไม่ได้ เออ ช่างน่าฉงนนัก ใน forward mail oั้น เค้าก็มีคำอธิบายติดมาด้วยว่า

- นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
- นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
- นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง
- นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของตัวเอง /มีสังคม,ครอบครัวของตัวเอง
- นิ้วนาง แทน "คู่ชีวิต" ทีนี้ก็เหลือแค่ "คู่ชีวิต" แล้วล่ะที่จะอยู่กับเราไปจนแก่ตายกันไปข้างหนึ่ง แยกจากกันไม่ได้ ประมาณนั้น

*หมายเหตุ ขอนอกเรื่องนิดนึง หากใครดู anime เรื่อง naruto อาจจะนึกถึง hand seal ชื่อ tori (bird)... แต่ของ naruto มันเอานิ้วชี้และนิ้วกลางลง ดังภาพด้านล่าง


เอาล่ะ ทีนี้ มาลองดูกันว่า จริง ๆ แล้วความนิยมนี้ มันมาจากไหน นิ้วนางนั้นมีชื่อเรียกมากมายตามแต่บริบทและคนใช้ บ้างก็เรียก ring finger บ้างก็ว่า the fourth finger บ้างก็เห็นเป็น the third finger ถ้าเอาเท่ ๆ หน่อย ก็อาจเรียกว่า digitus medicinalis, digitus annularis, digitus quartus, หรือไม่ก็ digitus IV แต่ละท้องถิ่นภูมิภาคก็มีความเชื่อเกี่ยวกับนิ้วนี้ต่างกันไป ความเฃื่อเหล่านี้ มักถูกถ่ายทอดเอาไว้ในคำเรียกขานนิ้ว อย่างเช่น ในภาษาเยอรมัน เรียกนิ้วนางว่า Arztfinger ส่วนภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า kusuri-yubi, kusushi-yubi ซึ่งทั้งของเยอรมันและญี่ปุ่นนั้น ถ้าแปลกันออกมา นิ้วนาง ก็จะหมายถึง นิ้วที่เกี่ยวพันกับพลังอำนาจในการรักษาความเจ็บป่วย

บางเผ่าพันธุ์เชื่อเรื่องพลังลึกลับที่แฝงมากับนิ้วนี้ ถึงกับไม่พยายามที่จะเอ่ยเรียกชื่อนิ้วนี้ตรง ๆ ประมาณเหมือน Lord Voldemort ในเรื่อง Harry Potter ที่ถูกเรียกว่า "You-Know-Who" หรือไม่ก็ "He-Who-Must-Not-Be-Named" แต่คราวนี้เป็น "You-Know-Which-Finger" เมื่อเป็นเช่นนั้น คำศัพท์ที่ใช้พูดถึงนิ้วนี้ แปลออกมาจึงได้ประมาณว่า "ไร้ชื่อ" (nameless) ตัวอย่างเช่นคำว่า mo ming ji (Cantonese-กวางตุ้ง), wúmíngzhǐ (Mandarin-จีนกลาง), และ nanashi-yubi (ญี่ปุ่น).

แต่คำเรียกยอดนิยมในหมู่ชาวยุโรป ซึ่งตกทอดต่อไปยังอเมริกาก็คงหนีไม่พ้น "ring finger" ก็แล้วทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้ ถ้าจะให้ตอบสั้น ๆ ด้วยคำ ๆ เดียว ก็คงหลีกไม่พ้นคำว่า ... vena amoris... คำคำนี้เป็นภาษา Latin แปลกันตรง ๆ ตัวก็คือ "vein of love" หรือ เส้นเลือดแห่งความรัก ว่ากันว่า เป็นเส้นเลือดที่วิ่งตรง nonstop หัวใจกับนิ้วนาง(ข้างซ้าย?) และก็เพราะว่าหัวใจนั้นเป็น เครื่องหมายแทนความรัก (symbol of love) ก็ไม่น่าแปลกที่ผู้คนอยากจะสวมแหวนนี้ไว้ใกล้ ๆ หัวใจ (บ้างก็เล่าติดตลกว่า ต้องทำแหวนออกมาแบบให้สวมแน่น ๆ ถอดไม่ออก ถ้าอยากถอดต้องตัดนิ้ว อ้าว แต่ดันต้องไปตัดไอ้ vena amoris ซึ่งต่อตรงกะหัวใจซะด้วย เลือดไหลออกหมด ตายพอดี งั้นก็ใส่แหวนไว้ดีกว่า) อ้อ ลืมบอกไปว่านี่เป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยโรมันกะอียิปต์ ตอนนี้วิทยาการทางการแพทย์อันล้ำหน้าได้พิสูจน์แล้วว่า vena amoris นั้น เป็นเพียงแค่ความเชื่อเด้อ
The image “http://www.tucsonweekly.com/binary/49847-273-2/review-12969.gif” cannot be displayed, because it contains errors.
ความจริงแหวนแต่งงานนี่ก็ใช่ว่าจะใส่กันที่นิ้วนางข้างซ้ายกัํนทั่วโลก ต่างถิ่นต่างที่เค้าก็มีธรรมเนียมต่าง ๆ กันไป แล้วว่าง ๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกละกัน

No comments:

Locations of visitors to this page
eXTReMe Tracker