- นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
- นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
- นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง
- นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของตัวเอง /มีสังคม,ครอบครัวของตัวเอง
- นิ้วนาง แทน "คู่ชีวิต" ทีนี้ก็เหลือแค่ "คู่ชีวิต" แล้วล่ะที่จะอยู่กับเราไปจนแก่ตายกันไปข้างหนึ่ง แยกจากกันไม่ได้ ประมาณนั้น

เอาล่ะ ทีนี้ มาลองดูกันว่า จริง ๆ แล้วความนิยมนี้ มันมาจากไหน นิ้วนางนั้นมีชื่อเรียกมากมายตามแต่บริบทและคนใช้ บ้างก็เรียก ring finger บ้างก็ว่า the fourth finger บ้างก็เห็นเป็น the third finger ถ้าเอาเท่ ๆ หน่อย ก็อาจเรียกว่า digitus medicinalis, digitus annularis, digitus quartus, หรือไม่ก็ digitus IV แต่ละท้องถิ่นภูมิภาคก็มีความเชื่อเกี่ยวกับนิ้วนี้ต่างกันไป ความเฃื่อเหล่านี้ มักถูกถ่ายทอดเอาไว้ในคำเรียกขานนิ้ว อย่างเช่น ในภาษาเยอรมัน เรียกนิ้วนางว่า Arztfinger ส่วนภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า kusuri-yubi, kusushi-yubi ซึ่งทั้งของเยอรมันและญี่ปุ่นนั้น ถ้าแปลกันออกมา นิ้วนาง ก็จะหมายถึง นิ้วที่เกี่ยวพันกับพลังอำนาจในการรักษาความเจ็บป่วย
บางเผ่าพันธุ์เชื่อเรื่องพลังลึกลับที่แฝงมากับนิ้วนี้ ถึงกับไม่พยายามที่จะเอ่ยเรียกชื่อนิ้วนี้ตรง ๆ ประมาณเหมือน Lord Voldemort ในเรื่อง Harry Potter ที่ถูกเรียกว่า "You-Know-Who" หรือไม่ก็ "He-Who-Must-Not-Be-Named" แต่คราวนี้เป็น "You-Know-Which-Finger" เมื่อเป็นเช่นนั้น คำศัพท์ที่ใช้พูดถึงนิ้วนี้ แปลออกมาจึงได้ประมาณว่า "ไร้ชื่อ" (nameless) ตัวอย่างเช่นคำว่า mo ming ji (Cantonese-กวางตุ้ง), wúmíngzhǐ (Mandarin-จีนกลาง), และ nanashi-yubi (ญี่ปุ่น).
แต่คำเรียกยอดนิยมในหมู่ชาวยุโรป ซึ่งตกทอดต่อไปยังอเมริกาก็คงหนีไม่พ้น "ring finger" ก็แล้วทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้ ถ้าจะให้ตอบสั้น ๆ ด้วยคำ ๆ เดียว ก็คงหลีกไม่พ้นคำว่า ... vena amoris... คำคำนี้เป็นภาษา Latin แปลกันตรง ๆ ตัวก็คือ "vein of love" หรือ เส้นเลือดแห่งความรัก ว่ากันว่า เป็นเส้นเลือดที่วิ่งตรง nonstop หัวใจกับนิ้วนาง(ข้างซ้าย?) และก็เพราะว่าหัวใจนั้นเป็น เครื่องหมายแทนความรัก (symbol of love) ก็ไม่น่าแปลกที่ผู้คนอยากจะสวมแหวนนี้ไว้ใกล้ ๆ หัวใจ (บ้างก็เล่าติดตลกว่า ต้องทำแหวนออกมาแบบให้สวมแน่น ๆ ถอดไม่ออก ถ้าอยากถอดต้องตัดนิ้ว อ้าว แต่ดันต้องไปตัดไอ้ vena amoris ซึ่งต่อตรงกะหัวใจซะด้วย เลือดไหลออกหมด ตายพอดี งั้นก็ใส่แหวนไว้ดีกว่า) อ้อ ลืมบอกไปว่านี่เป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยโรมันกะอียิปต์ ตอนนี้วิทยาการทางการแพทย์อันล้ำหน้าได้พิสูจน์แล้วว่า vena amoris นั้น เป็นเพียงแค่ความเชื่อเด้อ

No comments:
Post a Comment