Friday, February 18, 2005

สิงห์คะนองนา

ความจริง หัวข้อเรื่องนี้น่าจะเป็น "เสียดาย" แต่ใช้ "สิงห์คะนองนา" ฟังดูสะกิดใจกว่า
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ weekends ที่ผ่านมา คุณน้าของข้าพเจ้า ได้ scan รูปเก่า ๆ สมัยเด็ก ๆ ของข้าพเจ้า ไป แปะ ไว้บน web site ของเขา พร้อม ๆ กับรูปเครือญาติอีกมากหลาย ... ข้าพเจ้าเมื่อดูรูปก็จำมิได้ว่าเป็นตนเอง ได้แต่นั่งวิเคราะห์อายุของบุคคลในรูป และกลุ่มชนที่รายล้อม คำนวณดูแล้วก็มั่นใจพอควรว่าเป็นข้าพเจ้าดังที่กล่าวอ้าง ... นี่ทำให้ข้าพเจ้าสำนึกถึงคุณค่าของภาพเหล่านี้ขึ้นมาจับจิต หลายหลายเหตุการณ์ที่ถูกลบเลือนไปจากความทรงจำ ได้ถูกเก็บตรึงไว้ในภาพเหล่านี้ ... แล้วส่วนที่ไม่มีใครถ่ายไว้เล่า ... นึกแล้วให้น่าเสียดาย

จึงเป็นเหตุให้นำมาเขียนในวันนี้
เท่าที่นึกดูเล่น ๆ มีอยู่ 2 เหตุการณ์ ที่ข้าพเจ้าเสียดายเสียเหลือเกินที่ไม่ได้เก็บภาพอันสวยงามของประสบการณ์อันมีค่าไว้ คงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำลางเลือนส่วนตัว ที่แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็มิอาจยืนยันได้ว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่...

เหตุการณ์แรก ก็คงจะเป็น การไปฝึก ร.ด. ที่เขาชนไก่ แม้ว่าจะได้มีโอกาสถึง 3 ครั้ง กิจกรรมที่ได้ทำ ได้รู้ ได้เห็น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่หาทำที่อื่นได้ยากยิ่ง มิตรภาพจากเพื่อนร่วมฝึกที่ไม่เคยรู้จักคุ้นเคยมาก่อน ชีวิตเปื้อนทราย อยู่กับทราย กินกับทราย กินข้าวแกงคลุกกับทราย เสียดายจริง ๆ ที่ไม่มีภาพกลับมาเลยแม้แต่ภาพเดียว อันที่จริง มีเพื่อนคนหนึ่งที่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ หากว่าเมื่อหลายปีก่อน เพื่อนผู้นั้นได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว รูปเหล่านั้น ข้าพเจ้า คงจะหาดูได้ยากยิ่ง

เหตุการณ์ที่สอง ก็เห็นจะเป็น การไปเข้าฝึกอบรม ผู้กำกับลูกเสือ ที่ค่ายหลวงบ้านไร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของข้าพเจ้ามาก ค่ายนี้ เป็นการอบรมก่อนมาศึกษาต่อต่างประเทศของกล่มนักเรียนทุนรัฐบาลไทย คิดไปข้าพเจ้าก็ยังงันงงอยู่บ้าง ว่า หลายสิ่งในค่ายมันเกี่ยวดองเช่นใดกับการมาศึกษาต่อต่างประเทศ ไฉน พวกเราจึงต้องเรียนการใช้เข็มทิศ เดินทางไกล ผูกเงื่อนแบบต่าง ๆ ... ข้าพเจ้าตรึกตรองดู ก็คาดเดาว่าเหตุผลหลักคงหนีไม่พ้นการให้โอกาสนักเรียนทั้งหลายได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้รู้จักกัน สนิทกัน เมื่อไปอยู่แดนไกล จะได้ช่วยกันได้ ...
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นนายหมู่ มีลูกหมู่ nice ๆ และ น่ารัก ๆ หลายคน ... ก่อนที่ข้าพเจ้าจะมานั่งเขียน Blog นี้ ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้มีโอกาสสนทนากับลูกหมู่ผู้หนึ่ง (ขอเรียกเธอว่า น้อง อ.) ซึ่งถ้าจำไม่ผิด น้อง อ. อยู่ตำแหน่งข้างหลังติดข้าพเจ้าตลอดเวลา ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าก็แพ้พ่ายให้แก่ความทรงจำของตนเองเสียแล้ว เพราะนึกไม่ออกเลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในค่ายบ้าง อาจเนื่องด้วยมีค่ายต่าง ๆ มากมาย ในชีวิต จนสับสน ไม่รู้ว่าค่ายไหนเป็นค่ายไหน การได้สนทนากับ น้อง อ. ทำให้เรียก memory กลับมาได้บ้าง สิ่งที่จำได้ชัดที่สุดเห็นจะเป็นการแสดงล้อเลียนโฆษณาสิงห์คะนองนา แต่ถึงจะเป็นสิ่งที่จำได้ชัดที่สุด ข้าพเจ้าก็จำได้เพียงแค่นั้น จำได้อีกนิดว่าได้เป็นพระเอกสุดเท่ (ไปช่วยนางเอกให้พ้นจากคนร้ายกระมัง) ที่จำได้ เพราะจำคำพูดของนักเรียนทุนอีกท่านได้ขึ้นใจ "นี่ ... รู้ไหมว่า ไอ้ R. เนี่ย ปกติ แสดงเรื่องอะไรมันก็เป็นพระเอกทุกทีนะ นี่ถ้าไม่ใช่ D. ล่ะก้อ R. มันไม่ยอมหรอก." ท้องเรื่องเป็นอย่างไรนั้น เกินแก่ความสามารถที่ข้าพเจ้าจะระลึกออกมาได้ จำได้แต่ว่าฮาอุจจาระระเบิด.

หากว่าเหตุการณ์เหล่านี้ มีใครเก็บภาพไว้บ้าง ก็ดีแท้

1 comment:

Anonymous said...

Hello P'Din,
I read all your messages laew na ka. เผลอแป็ป message เต็ม blog แล้ว ขยันเขียนกว่าหนูอีก ยอมไม่ได้แล้ว ต้องไป update blog ตัวเองบ้าง พี่ช่างบ่นได้สมชื่อ จริงๆค่ะ :P

Locations of visitors to this page
eXTReMe Tracker