ความจริง หัวข้อเรื่องนี้น่าจะเป็น "เสียดาย" แต่ใช้ "สิงห์คะนองนา" ฟังดูสะกิดใจกว่า
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ weekends ที่ผ่านมา คุณน้าของข้าพเจ้า ได้ scan รูปเก่า ๆ สมัยเด็ก ๆ ของข้าพเจ้า ไป แปะ ไว้บน web site ของเขา พร้อม ๆ กับรูปเครือญาติอีกมากหลาย ... ข้าพเจ้าเมื่อดูรูปก็จำมิได้ว่าเป็นตนเอง ได้แต่นั่งวิเคราะห์อายุของบุคคลในรูป และกลุ่มชนที่รายล้อม คำนวณดูแล้วก็มั่นใจพอควรว่าเป็นข้าพเจ้าดังที่กล่าวอ้าง ... นี่ทำให้ข้าพเจ้าสำนึกถึงคุณค่าของภาพเหล่านี้ขึ้นมาจับจิต หลายหลายเหตุการณ์ที่ถูกลบเลือนไปจากความทรงจำ ได้ถูกเก็บตรึงไว้ในภาพเหล่านี้ ... แล้วส่วนที่ไม่มีใครถ่ายไว้เล่า ... นึกแล้วให้น่าเสียดาย
จึงเป็นเหตุให้นำมาเขียนในวันนี้
เท่าที่นึกดูเล่น ๆ มีอยู่ 2 เหตุการณ์ ที่ข้าพเจ้าเสียดายเสียเหลือเกินที่ไม่ได้เก็บภาพอันสวยงามของประสบการณ์อันมีค่าไว้ คงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำลางเลือนส่วนตัว ที่แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็มิอาจยืนยันได้ว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่...
เหตุการณ์แรก ก็คงจะเป็น การไปฝึก ร.ด. ที่เขาชนไก่ แม้ว่าจะได้มีโอกาสถึง 3 ครั้ง กิจกรรมที่ได้ทำ ได้รู้ ได้เห็น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่หาทำที่อื่นได้ยากยิ่ง มิตรภาพจากเพื่อนร่วมฝึกที่ไม่เคยรู้จักคุ้นเคยมาก่อน ชีวิตเปื้อนทราย อยู่กับทราย กินกับทราย กินข้าวแกงคลุกกับทราย เสียดายจริง ๆ ที่ไม่มีภาพกลับมาเลยแม้แต่ภาพเดียว อันที่จริง มีเพื่อนคนหนึ่งที่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ หากว่าเมื่อหลายปีก่อน เพื่อนผู้นั้นได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว รูปเหล่านั้น ข้าพเจ้า คงจะหาดูได้ยากยิ่ง
เหตุการณ์ที่สอง ก็เห็นจะเป็น การไปเข้าฝึกอบรม ผู้กำกับลูกเสือ ที่ค่ายหลวงบ้านไร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของข้าพเจ้ามาก ค่ายนี้ เป็นการอบรมก่อนมาศึกษาต่อต่างประเทศของกล่มนักเรียนทุนรัฐบาลไทย คิดไปข้าพเจ้าก็ยังงันงงอยู่บ้าง ว่า หลายสิ่งในค่ายมันเกี่ยวดองเช่นใดกับการมาศึกษาต่อต่างประเทศ ไฉน พวกเราจึงต้องเรียนการใช้เข็มทิศ เดินทางไกล ผูกเงื่อนแบบต่าง ๆ ... ข้าพเจ้าตรึกตรองดู ก็คาดเดาว่าเหตุผลหลักคงหนีไม่พ้นการให้โอกาสนักเรียนทั้งหลายได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้รู้จักกัน สนิทกัน เมื่อไปอยู่แดนไกล จะได้ช่วยกันได้ ...
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นนายหมู่ มีลูกหมู่ nice ๆ และ น่ารัก ๆ หลายคน ... ก่อนที่ข้าพเจ้าจะมานั่งเขียน Blog นี้ ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้มีโอกาสสนทนากับลูกหมู่ผู้หนึ่ง (ขอเรียกเธอว่า น้อง อ.) ซึ่งถ้าจำไม่ผิด น้อง อ. อยู่ตำแหน่งข้างหลังติดข้าพเจ้าตลอดเวลา ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าก็แพ้พ่ายให้แก่ความทรงจำของตนเองเสียแล้ว เพราะนึกไม่ออกเลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในค่ายบ้าง อาจเนื่องด้วยมีค่ายต่าง ๆ มากมาย ในชีวิต จนสับสน ไม่รู้ว่าค่ายไหนเป็นค่ายไหน การได้สนทนากับ น้อง อ. ทำให้เรียก memory กลับมาได้บ้าง สิ่งที่จำได้ชัดที่สุดเห็นจะเป็นการแสดงล้อเลียนโฆษณาสิงห์คะนองนา แต่ถึงจะเป็นสิ่งที่จำได้ชัดที่สุด ข้าพเจ้าก็จำได้เพียงแค่นั้น จำได้อีกนิดว่าได้เป็นพระเอกสุดเท่ (ไปช่วยนางเอกให้พ้นจากคนร้ายกระมัง) ที่จำได้ เพราะจำคำพูดของนักเรียนทุนอีกท่านได้ขึ้นใจ "นี่ ... รู้ไหมว่า ไอ้ R. เนี่ย ปกติ แสดงเรื่องอะไรมันก็เป็นพระเอกทุกทีนะ นี่ถ้าไม่ใช่ D. ล่ะก้อ R. มันไม่ยอมหรอก." ท้องเรื่องเป็นอย่างไรนั้น เกินแก่ความสามารถที่ข้าพเจ้าจะระลึกออกมาได้ จำได้แต่ว่าฮาอุจจาระระเบิด.
หากว่าเหตุการณ์เหล่านี้ มีใครเก็บภาพไว้บ้าง ก็ดีแท้
Friday, February 18, 2005
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
1 comment:
Hello P'Din,
I read all your messages laew na ka. เผลอแป็ป message เต็ม blog แล้ว ขยันเขียนกว่าหนูอีก ยอมไม่ได้แล้ว ต้องไป update blog ตัวเองบ้าง พี่ช่างบ่นได้สมชื่อ จริงๆค่ะ :P
Post a Comment